ความลับแตก สหรัฐจอมแหลอ้างพลเรือนโดนระเบิดตายในอัฟกัน ที่แท้เป็นพวก CIA

หน้า 2 จาก 4 Previous  1, 2, 3, 4  Next

Go down

Re: ความลับแตก สหรัฐจอมแหลอ้างพลเรือนโดนระเบิดตายในอัฟกัน ที่แท้เป็นพวก CIA

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Sun Jan 10, 2010 9:38 pm





]http://www.komchadluek.net/2008/03/08/x_scoo_p001_193184.php?news_id=193184

แกะรอย...วิกเตอร์ บูท "ลอร์ด ออฟ วอร์"จนมุมตร.ไทย

จาก สายลับเคจีบีรัสเซียสู่พ่อค้าอาวุธเบอร์ 1 ของโลก เจ้าของฉายา "ลอร์ด ออฟ วอร์"
เผยเส้นทางชีวิตบนความตายและกลิ่นอายสงคราม ก่อนจะมาจนมุมตำรวจไทย

"วิก เตอร์ บูท" อดีตเคจีบียศพันตรี ชาวรัสเซีย ที่ถูกจับคาโรงแรมหรูกลางกรุงพร้อมสมุน
หลังใช้ไทยเป็นฐานเจรจากลุ่มกบฏทั่วโลก เป็นนักค้าอาวุธระดับโลก ที่มีผลงานการค้าอาวุธระดับโลกตะลึง
รายงานเมื่อเร็วๆ นี้บอกว่า บูทเข้าไปดำเนินการค้าอาวุธในอิรักแล้วด้วย โดยใช้บริษัทบริการด้านการบิน
และอื่นๆ ของตนเองบังหน้า

ใน ปี 2549 ครั้งที่ปืนอาก้า 2 แสนกระบอก ที่จัดส่งจากบอสเนียไปยังอิรักเกิดหายไปอย่างไร้ร่องรอย
หนึ่งในเครื่องบินขนส่งของบูทก็ทำหน้าที่ขนส่งปืนเหล่านี้ด้วย

ประ วัติของบูทร้ายกาจมาก จนบางคนบอกว่าเขาเป็นนักค้าอาวุธผิดกฎหมายที่มีพลังมากที่สุด
ถึงขั้นมีคนนำชีวิตของเขาไปเขียนหนังสือ และฮอลลีวู้ดเคยทำเป็นหนังให้ "นิโคลาส เคจ" แสดงนำมาแล้ว
อย่างเรื่อง "ลอร์ด ออฟ วอร์" ซึ่งชีวิตของตัวเอกบางช่วง ก็นำมาจากชีวิตของเขา

วิก เตอร์ บูท มีชื่อเต็มว่า วิกเตอร์ อนาโตเลวิช บูท ตามหลักฐานบอกว่าเป็นชาวรัสเซียโดยกำเนิด
เกิดเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2510 ที่เมืองดูชานเบ ปัจจุบันอยู่ในทาจิกิสถาน แต่เจ้าตัวบอกว่าเกิดใกล้เมืองอัชกาบัต
ปัจจุบันอยู่ในเติร์กเมนิสถาน ขณะที่แอฟริกาใต้ระบุว่าเขาเป็นคนเชื้อสายยูเครน

หลัง เข้ารับการฝึกทหารเขาถูกส่งไปประจำการที่ฐานทัพอากาศรัสเซียที่เมืองวิ เทียบส์ค
ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่นำร่อง ต่อมาหน้าที่ของเขาขยายไปเป็นการฝึกคอมมานโดของกองทัพอากาศ

บูท จบการศึกษาจากสถาบันการทหารมอสโกปี 2534 ในสาขาวิชาภาษาต่างประเทศ
มีความเชี่ยวชาญถึง 6 ภาษา ซึ่งก็รวมถึงภาษาฝรั่งเศส โปรตุเกส อังกฤษ และอุซเบก

ต่อ มาถูกส่งไปเป็นล่ามกองทัพที่แองโกลา และในปีเดียวกัน ฐานทัพในรัสเซียที่บูทประจำการอยู่ก็ถูกปิด
จากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ทำให้เขาและนายทหารอื่นๆ ที่ได้รับการฝึกมาอย่างดี กลายเป็นคนไม่มีอะไรให้ทำ
บูทเลยตั้งบริษัท ทรานซาเวีย เอ็กซ์ปอร์ต คาร์โก้ ให้บริการด้านเครื่องบินขนส่งแก่ทหารเบลเยียมที่โซมาเลียในปี 2536

แหล่ง ข่าวในรัสเซีย บอกว่า การลงทุนครั้งนี้ บูทใช้วิธีเช่าเครื่องบินจากหน่วยจีอาร์ยู
หรือหน่วยข่าวกรองของกองทัพรัสเซีย 3 ลำ เนื่องจากความสัมพันธ์จากการที่เขาอาจเป็นสายลับในหน่วยนี้มาก่อน

ส่วน ลูกค้าอื่นๆ ของเขาในช่วงแรกๆ มีรัฐบาลอัฟกานิสถานรวมอยู่ด้วย ว่ากันว่า
บูททำเงินได้ถึง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการนำเครื่องบินออกให้บริการกลุ่มต่างๆ ในอัฟกานิสถาน

ปี 2538 บูทตั้งบริษัท ทรานส์ เอวิเอชั่น เน็ตเวิร์ก กรุ๊ป ที่เบลเยียม เพื่อจัดส่งอาวุธให้รัฐบาลอัฟกานิสถาน
แต่ความสัมพันธ์มาจบลงเมื่อกลุ่มตาลีบันโค่นล้มรัฐบาลอัฟกานิสถานลงได้ รัฐบาลต้องถอยร่นไปอยู่ทางเหนือ
และกลายเป็นกลุ่มพันธมิตรภาคเหนือ กลางปี 2538 กลุ่มตาลีบันสกัดการส่งอาวุธของเขาได้ แต่ในอีกไม่กี่เดือนต่อมา
ลูกน้องของเขาที่ถูกจับก็ได้รับการปล่อยตัว และไม่นานหลังจากนั้น ตาลีบันก็กลายเป็นลูกค้าใหม่ของเขา

ช่วง นั้นบูทใช้ชีวิตหรูหราที่เบลเยียม แต่หลังจากสื่อมวลชนรายงานเรื่องธุรกิจลับของเขา
เบลเยียมก็เริ่มสอบสวน บูทเลยต้องย้ายไปสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และตั้งบริษัทชื่อว่า สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
เพื่อเป็นฐานในการทำธุรกิจ ปี 2538 เขาตั้งบริษัท แอร์ เซสส์ ที่ประเทศอิเควทอเรียลกินี แต่จดทะเบียนที่ไลบีเรีย
และบริษัทนี้ก็คือเส้นทางหลักในการลำเลียงอาวุธไปยังจุดที่มีการสู้รบทั่ว แอฟริกา

บูท ขายอาวุธให้ทุกกลุ่มที่มีเงินจ่าย ประเมินว่าเขาส่งปืนกล เครื่องยิงระเบิด และอื่นๆ
หลายแสนกระบอกไปยังแองโกลา แคเมอรูน สาธารณรัฐแอฟริกากลาง สาธารณรัฐคองโก เคนยา เอเควทอเรียลกินี
ไลบีเรีย ลิเบีย รวันดา เซียร์ราลีโอน แอฟริกาใต้ ซูดาน สวาซิแลนด์ และอูกานดา

อาวุธ ส่วนมากที่เข้าไปยังแอฟริกาผ่านมาทางบัลแกเรีย ตั้งแต่กลางปี 2540 ถึงปลายปี 2541 มีรายงานว่า
บูทส่งอาวุธมูลค่า 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าไปยังแอฟริกา ปี 2543 ส่งเฮลิคอปเตอร์ ปืนต่อสู้อากาศยาน
และยานยนต์หุ้มเกราะไปยังไลบีเรีย นอกจากนั้นยังตั้งบริษัท แอร์ เซสส์ ที่ฟลอริดาในปี 2540 ด้วย
ก่อนจะถูกยุบไปในปี 2544

บูท ค้าขายกับทุกฝ่ายโดยไม่คำนึงถึงแนวคิดทางการเมือง ทำให้ในหลายๆ กรณีเขาค้าขายกับทั้งสองฝั่ง
ที่ทำสงครามกัน ค้าขายแม้กระทั่งกับกลุ่มที่ไม่น่าคบค้าอย่างตาลีบัน และชาร์ลส์ เทเลอร์ แห่งไลบีเรีย
ยูเอ็น และสหรัฐ ก็เคยใช้บริการการบินของเขา

ส่วนฉายา "นักทะลวงการคว่ำบาตร" และ "พ่อค้าความตาย" ถูกตั้งให้โดยอดีตรัฐมนตรีช่วยต่างประเทศอังกฤษ
เมื่อปี 2546

จาก ข้อมูลในหนังสือเรื่องพ่อค้าความตาย ที่ออกมาเมื่อปี 2550 ระบุว่า บูทมีเครื่องบินขนส่งหลายลำ
ที่ใช้ลำเลียงอาวุธ เครื่องบินขนส่งรัสเซียของเขาอาจจะมีการบำรุงรักษาไม่ดี แต่ถูกหุ้มด้วยตะกั่วทั้งลำ
ทำให้ปืนส่วนมากยิงไม่ค่อยเข้า

บูท เป็นที่ต้องการตัวของหลายประเทศ หลังจากที่เกิดกระบวนการหยุดยิงในแอฟริกาตะวันตก
และจากการเปิดเผยก็ชี้ให้เห็นว่า ธุรกิจการค้าอาวุธในแอฟริกาของเขารุ่งเรือง จนกลายเป็นธุรกิจสำคัญ
ภาพลักษณ์ของเขามาเลวร้ายสุดๆ หลังเกิดเหตุ 11 กันยายน เพราะส่งอาวุธให้ตาลีบัน ซึ่งเป็นพันธมิตรของ
กลุ่มอัล-ไกดา เรื่องนี้ทำให้บูทกลายเป็นบุคคลที่สหรัฐต้องการตัวมากที่สุด

แต่ การค้าอาวุธมานานหลายปี ทำให้บูทสามารถสร้างเครือข่ายธุรกิจ และเส้นสายทางการเมือง เช่น
เมื่อสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ตกลงใจที่จะจับกุมก็ไม่สามารถทำได้โดยง่าย เพราะไม่รู้ว่าส่วนไหนของธุรกิจที่ทำถูกกฎหมาย
และส่วนไหนที่ผิดกฎหมาย การที่ตัวเขาและบริษัทย้ายที่อยู่เป็นประจำ การนำเครื่องบินไปจดทะเบียนใหม่
ซึ่งบ่อยครั้งมักทำแบบผิดกฎหมาย ทำให้สหรัฐและตำรวจสากล ดำเนินการกับเขาได้ยาก นอกจากนั้น รัสเซีย
ก็ไม่ได้สนใจเรื่องหมายจับของตำรวจสากลอย่างจริงจังนัก แม้ว่าก่อนหน้านี้บูทจะใช้ชีวิตอยู่ที่มอสโกอย่างเปิดเผยก็ตาม

ใน ปี 2545 เมื่อเบลเยียมและตำรวจสากลออกหมายจับ บูทก็หนีไปรัสเซีย เพราะรัฐธรรมนูญรัสเซีย
ให้การปกป้อง โดยกำหนดไว้ว่าห้ามทางการส่งตัวคนรัสเซียให้ทางการต่างประเทศ ขณะที่ยูเอ็นก็คว่ำบาตร
การเดินทางไปต่างประเทศของเขา และอายัดบัญชีเงินฝากในต่างประเทศ

เชื่อ กันว่าบูทมีหนังสือเดินทาง 5 เล่มเป็นอย่างน้อย และใช้ชื่อปลอมหลายชื่อ ในรัสเซียเขาพักอยู่กับ
ภรรยาและพ่อตา ซึ่งจากข้อมูลของสหรัฐบอกว่า พ่อตาของเขาเคยมีตำแหน่งสูงในหน่วยเคจีบี บางทีอาจจะมี
ตำแหน่งสูงระดับรองผู้อำนวยการหน่วยก็ได้

ก่อน การจับกุมบูท ตำรวจลับจากสำนักงานปราบปรามยาเสพติด กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐ (เอฟดีเอ)
ได้เบาะแสเข้าใกล้ตัวบูทและแอนดรูว์ สมิลเลียน คู่หูที่เชื่อว่ายังหลบหนีอยู่ในประเทศไทยได้เป็นครั้งแรก
เมื่อเดือน กุมภาพันธ์ 2550 จากนั้นเจ้าหน้าที่เอฟดีเอได้ปลอมตัวเป็นกบฏฟาร์ค ล่อซื้ออาวุธจากทั้งสองและ
บันทึกบทสนทนาการเจรจาซื้อขายอาวุธกับสมิลเลียน ที่เกิดขึ้นหลายครั้ง ตั้งแต่ในเนเธอร์แลนด์ไปจนถึงโรมาเนีย

สมิ ลเลียนบอกเจ้าหน้าที่เอฟดีเอในคราบกบฏฟาร์คว่า บูทมีขีปนาวุธจากพื้นสู่อากาศ 100 ลูก
และยังสามารถจัดหาเฮลิคอปเตอร์ได้ด้วย และบอกด้วยว่า บูทยังสามารถจัดหาเครื่องยิงจรวดเจาะเกราะ
และจัดหาการส่งอาวุธเข้าไปในโคลัมเบีย โดยใช้ร่มชูชีพทหารหย่อนลงไป ซึ่งจะคิดค่าจัดส่ง 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
หรือราว 150 ล้านบาท

ระหว่าง การพบปะเจรจาซื้อขายอาวุธ สมิลเลียนได้พูดคุยกับบูททางโทรศัพท์ที่เจ้าหน้าที่เอฟดีเอจัดหาให้
โดยบูทบอกกับสมิลเลียนว่า อาวุธพร้อมที่จะจัดส่งแล้ว ซึ่งการพบปะเพื่อเตรียมการครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นที่
โรงแรมโซฟิเทล กทม. เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา บูทเดินทางถึงประเทศไทยโดยสายการบินแอโรฟลอต
ในเช้าวันเดียวกัน และถูกตำรวจกองปราบปรามกับเจ้าหน้าที่เอฟดีเอนำกำลังเข้าจับกุม

เป็นการปิดฉากชีวิตพ่อค้าอาวุธเบอร์ 1 และเริ่มต้นตำนานบทใหม่กับการพิจารณาคดีและพิพากษาโทษ
ในฐานะอาชญากรสงคราม !?!

หมายเหตุ : ข้อมูลจากเว็บบล็อก รุสกี้ ]www.oknation.net

และโต๊ะข่าวต่างประเทศ "คม ชัด ลึก"

http://nonlaw.forumotion.com/forum-f1/topic-t671-40.htm




Victor Bout (left)
The key figure in the entire operation interfacing Al Qaeda, Sierra Leone’s RUF and Taylor’s Libya,

is retired Israeli army Lt. Colonel, Yair Klein.
According to a report in the Israeli newspaper, Yedioth Aharonoth, in 1996,
Klein began a contract to provide weapons and training in Taylor’s Liberia,
and to the RUF in Sierra Leone which controls the wealthy diamond district. Klein,
though ostensibly a retired and so-called rogue intelligence free agent,
enjoys the highest-level of protection from Israeli authorities. In the early 90s,
he trained the forces of the Colombian drug cartels in assassination,
bombings and other covert operations.[45]

Involved in the Liberian diamond trade was Victor Bout,
a notorious Russian arms dealer originally from Tajikistan.

Bout supplied maintenance for Ariana Airways, Afghanistan’s national airline,
which was essentially taken over by al Qaeda, and began transportation for
their illegal trade network. Passenger flights became few and erratic,
and instead the airline began flying drugs, weapons, gold and personnel mostly
between Afghanistan, the United Arab Emirates (UAE) and Pakistan.
Finally, Ariana’s international flights were banned in 1999 by order of the UN.
The charter service, which operated with UN authorization from November 2000
through January 2001, was provided by the Flying Dolphin Airline,
owned by Sheikh Abdullah bin Zayed bin Saqr al Nayhan
,
a member of the ruling family in Abu Dhabi, who used to be the UAE ambassador to
the United States. Flying Dolphin was registered in Liberia, but had its operations in Dubai.
A UN report called Zayed a “close business associate of Bout.”[46]

In 2002, the Belgian government, through Interpol, issued a warrant for Bout,
on charges of illegal weapons trafficking. Though Interpol was told by the Russian government,
“we can say for sure Bout is not in Russia,” Bout was in the middle of taping a two-hour interview
for a Moscow radio station. Obstacles in arresting him persisted, until the US suddenly backed off the case.
Intelligence officials said Bout flew US clandestine operatives into Afghanistan,
as well as badly needed ammunition and other supplies to the Northern Alliance.

In exchange, they said, his past activities would be ignored.[47]


Footnotes:

[1] Peter Goodgame. "Globalists and Islamists".
[2]
UK is money launderers’ paradise”, BBC News, Wednesday, 10 October, 2001
[3] Kendall Freeman, May 13, 2004. Mahfouz Letter [
pdf]
[4] Brisard and Dasquie, Forbidden Truth: U.S.-Taliban Secret Oil Diplomacy and the Failed Hunt for Bin Laden. , p. 117.
[5] Unger, Craig. House of Bush, House of Saud, p. 112.
[6] Martin J Rivers. "
A Wolf in Sheikhs Clothing: Bush Business Deals with 9 Partners of bin Laden’s Banker". www.globalresearch.ca March 15, 2004.
[7] "
About the Bin Laden Family”, PBS Frontline, 2001.
[8] James Hatfield. “
Why would Osama bin Laden want to kill Dubya, his former business partner?” Online Journal, July 3, 2001.
[9]
“The Bush-Bin Laden Connection,” The Texas Observer, November 9, 2001.
[10] Martin J Rivers. "
A Wolf in Sheikhs Clothing: Bush Business Deals with 9 Partners of bin Laden’s Banker"
[11] ibid.
[12] ibid.
[13] Naafeez Mosaddeq Ahmed. The War on Freedom.
[14] quoted from Craig Unger. House of Bush, House of Saud, p. 128.
[15] Rivers, "
A Wolf in Sheikhs Clothing: Bush Business Deals with 9 Partners of bin Laden’s Banker"
[16] ibid.
[17] ibid.
[18] Unger, House of Bush, House of Saud, p. 126.
[19] Interview with Jean-Charles Brisard. CBC, October 29, 2003[
pdf]
[20] p. 40-42
[21] CBC, October 29, 2003, interview with Jean-Charles Brisard. [
pdf]
[22] p. 235.
[23] Constantine, Alex. "Adnan Khashoggi Linked to 911 Terrorists".
Part XIX.
[24] ibid.
[25] Christopher Brown. "
Global Nazism and the Muslim Brotherhood: Indicators of Connections".
[26] Lee, Martin A. “
The Swastika & the CrescentIntelligence Report. Spring 2002, Issue 105.
[27] Labeviere, Richard. Dollars for Terror. p. 143.
[28] Jay Bushinsky. “
Swiss Probe anti-US neo-Nazi Suspected Financial Ties to Al Qaeda”. San Fransico Chronicle, December 3, 2002.
[29] Lee, Martin A. “
The Swastika & the Crescent”.
[30] ibid.
[31] Rivers. “
A Wolf in Sheikhs Clothing".
[32]
About the Bin Laden Family”. PBS Frontline.
[33] Daniel Golden, et. al., “
Bin Laden Family Could Profit from a Jump in U.S. Defense Spending Due to Ties to U.S. Banks”, Wall Street Journal, 27 September 2001.
[34] EIR. Dope Inc. [
pdf].
[35] Farah, Blood From Stones, p. 15.
[36] ibid, p. 48.
[37] "
Trial hears Gaddafi 'mason' claim Wednesday", 27 September, 2000, 16:00 GMT 17:00 UK.
[38] John Lee, “
Government Corruption: A Whistleblower’s Perspective”. The Prohibition Times.
[39] John Lee, “
Police Mentality 1: A Military Perspective”. The Prohibition Times.
[40] “Blood From Stones”. Book Blurb. Ocnus.Net. Jul 3, 2004.
[41] Bender, Bryan. “
Liberia’s Taylor gave aid to Qaeda, UN probe finds”, Boston Globe, August 4, 2004.
[42] ibid.
[43] ibid.
[44] Paul Rasche. "
The Politics of Three – The Politics of Three – Pakistan, Saudi Arabia, Israel".
[45] ibid.
[46] Farah, Blood From Stones, p. 42.
[47] ibid.
avatar
Unknown

จำนวนข้อความ : 517
Registration date : 09/09/2008

ดูข้อมูลส่วนตัว

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ความลับแตก สหรัฐจอมแหลอ้างพลเรือนโดนระเบิดตายในอัฟกัน ที่แท้เป็นพวก CIA

ตั้งหัวข้อ  Unknown on Sun Jan 10, 2010 9:58 pm

http://www.gawkk.com/madsen-victor-bout-knows-too-much-about-cia/discuss