Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

หน้า 8 จาก 8 Previous  1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8

Go down

Re: Behind the scene แบงค์ปลอมระบาดในประเทศไทย

ตั้งหัวข้อ  att on Sun Dec 27, 2009 11:42 am

http://www.komchadluek.net/detail/20091226/42803/%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%A5%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%AA.html

วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม 2552

'อัล-ไกดา'พยายามบึ้มบินมะกันรับคริสต์มาส

คมชัดลึก :ชายไนจีเรียอ้างตัวเป็นสมุนอัล-ไกดาพยายามบึ้มเครื่องบินนอร์ท เวสต์ในวันคริสต์มาสพอดี
โชคดีที่ระเบิดไม่ทำงาน ผู้โดยสารฮือเข้าขัดขวาง เกิดเหตุระทึกขวัญบนเครื่องบินของสายการบินนอร์ทเวสต์
เที่ยวบินที่ 253 ซึ่งกำลังจะลงจอดที่สนามบินดีทรอยต์ในสหรัฐ พร้อมผู้โดยสาร 278 คน และลูกเรือ 11 คน
เมื่อเที่ยงวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น เมื่อชายชาวไนจีเรียชื่อ นายอูมาร์ ฟารูก อับดุล มูทัลลับ ซึ่งประกาศตัวว่า
เป็นสมาชิกกลุ่มก่อการร้ายอัล-ไกดาพยายามจะระเบิดเครื่องบินในวันคริสต์มาส แต่โชคดีที่ระเบิดไม่ทำงาน
เพราะถูกผู้โดยสารเข้าขัดขวาง ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า นายมูทัลลับจุดระเบิดเสียงดังปังในเวลาประมาณ 20 นาที
ก่อนที่เครื่องบินจะลงจอด ทำให้เกิดประกายไฟ และควัน จนสร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้โดยสารที่
พากันกรีดร้องระงมระหว่างนั้นผู้โดยสารชายคนหนึ่งได้ปีนข้ามเก้าอี้ตัวเองกระโจนเข้าไปขัดขวางมือระเบิด
ขณะที่อีกหลายคนพยายามวิ่งวุ่นหาน้ำ ผ้าห่ม และเครื่องดับเพลิงมาดับไฟ หลังจากต่อสู้กันไม่นานมือระเบิด
ก็ถูกพาตัวไปด้านหน้าของเครื่องบินในสภาพ กางเกงขาด ขาทั้งสองข้างมีรอยไหม้
ซึ่งตำรวจคาดว่าเกิดจากระเบิดที่ผูกติดไว้กับขาเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐกล่าวว่า
ระเบิดที่หนุ่มไนจีเรียวัย 23 ปี คนนี้ใช้ เป็นส่วนผสมของผงแป้ง และของเหลว
ขณะที่นายปีเตอร์ สมิท นักท่องเที่ยวจากเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่า เสียงระเบิดดังคล้ายเสียงประทัด
ส่วนผู้โดยสารที่โดดเข้าไปขวางมือระเบิดนั้นยังหนุ่มอยู่ และน่าจะมีบาดแผลไฟไหม้ด้วยเช่นกัน
ด้านเมลินดา เดนนิส ผู้โดยสารที่นั่งอยู่แถวหน้า เล่าว่า มือระเบิดถูกพาตัวมานั่งใกล้ๆ เธอ
ทำให้เห็นว่าขาทั้งสองข้างของเขามีแผลไหม้รุนแรง กางเกงขาด และมือระเบิดถูกพาตัวลงจากเครื่องบิน
ในสภาพถูกใส่กุญแจมือติดกับเปลหามเที่ยวบินระทึกลำนี้ เป็นเครื่องบินแอร์บัส 330 บินออกจากไนจีเรีย
ผ่านกรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ก่อนจะมาลงจอดที่เมืองดีทรอยต์ ขณะนี้ทางสนามบินสกิโฟลในอัมสเตอร์ดัม
ซึ่งเป็นอีกจุดที่มีผู้โดยสารขึ้นเครื่องยังไม่ยอมให้ความเห็นเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยของทางสนามบิน
และก็ยังไม่มีรายงานว่ามือระเบิดขึ้นมาจากไนจีเรีย หรือจากเนเธอร์แลนด์ ด้านประธานาธิบดีบารัก โอบามา
ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางไปพักผ่อนช่วงวันหยุดเทศกาลคริสต์มาสกับครอบครัวที่ เกาะฮาวาย ได้ประชุมทางโทรศัพท์
กับเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง พร้อมสั่งให้ดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มการรักษาความปลอดภัยทางอากาศ
โดยโอบามาสั่งให้เจ้าหน้าที่คอยรายงานความคืบหน้าตลอดเวลา แต่จะยังไม่เปลี่ยนกำหนดการพักผ่อน
ขณะที่ทางทำเนียบขาวเชื่อว่าเป็นความพยายามก่อการร้าย พร้อมประกาศว่าจะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย
ของการโดยสารเครื่องบินให้เข้มงวดขึ้นโดยเร็ว แต่ยังไม่ได้บอกว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างไร เหตุการณ์ทำนองนี้
เคยเกิดขึ้นในปี 2544 เมื่อนายริชาร์ด รีด สมาชิกอัล-ไกดาที่ได้ฉายาว่า "มือระเบิดรองเท้า" พยายามจุดระเบิด
ที่ซ่อนไว้ในรองเท้าบนเครื่องวบินของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ส ระหว่างบินข้ามแอตแลนติก
แต่ถูกลูกเรือขัดขวางไว้ได้ เหตุการณ์นี้เป็นที่มาของการต้องถอดรองเท้าออกก่อนขึ้นเครื่อง
ขณะนี้เจ้าหน้าที่จากหน่วยสืบสวนสอบสวนกลางของสหรัฐ (เอฟบีไอ) กำลังสอบปากคำนายมูทัลลับ
ซึ่งนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลในเมืองแอน อาร์เบอร์ รัฐมิชิแกน ด้านสื่อสหรัฐรายงานว่า
หลังจากถูกพาตัวไปสอบสวน นายมูทัลลับเปิดเผยว่าใช้เข็มฉีดยาที่บรรจุสารเคมีเอาไว้ไปผสมกับผงแป้ง
ที่ใช้เทปพันติดไว้กับขา ทั้งยังบอกด้วยว่า ได้อุปกรณ์ในการทำระเบิดและคู่มือการใช้มาจากเยเมน

ด้านนายปีเตอร์ โฮกสตรา นักการเมืองระดับสูงจากพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นสมาชิกคณะกรรมการข่าวกรองของ
สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐด้วย กล่าวว่า นายมูทัลลับคนนี้อาจมีความเกี่ยวข้องกับอิหม่านอันวาร์ อัลอูลาคี ชาวเยเมน
เกิดในสหรัฐ ที่เชื่อกันว่าทำหน้าที่เกณฑ์คนมาเข้าเป็นสมาชิกใหม่ของอัล-ไกดา อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุ
พยายามลอบวางระเบิดดังกล่าว ประเด็นเรื่องศักยภาพในการดูแลความปลอดภัยทั้งที่สนามบิน และบนเครื่องบิน
ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นที่ถกเถียงกันอีกครั้ง โดยนายดักกลาส แลร์ต อดีตผู้อำนวยการด้านความปลอดภัยของ
สายการบินนอร์ทเวสต์ ซึ่งเป็นสายการบินที่เกือบจะตกเป็นเหยื่อการก่อการร้ายครั้งล่าสุดบอกว่า
เขาไม่ประหลาดใจที่คนร้ายสามารถลักลอบนำสิ่งที่เรียกว่า "วัตถุระเบิดชั้นดี" ขึ้นมาบนเครื่องได้
เพราะเมื่อคนร้ายลงทุนกับระเบิดไปมาก ก็ย่อมจะต้องได้รับสิ่งตอบแทนบ้าง นายแลร์ต บอกด้วยว่า
ที่เขาประหลาดใจก็คือคนร้ายเลือกที่จะขึ้นเครื่องบินที่กรุงอัมสเตอร์ดัม แม้ว่าระบบการรักษาความปลอดภัยของ
สนามบินที่นี่ได้มาตรฐานสากล แต่สิ่งที่เป็นห่วงก็คือ
เรื่องที่สนามบินทั่วโลกควรเปลี่ยนจากระบบตรวจสอบโลหะ ในตัวผู้โดยสาร มาเป็น
ระบบสแกนทั่วร่างกายแทน แต่การเปลี่ยนมาใช้ระบบดังกล่าว
ก็จะนำมาสู่ปัญหาทางด้านการเงิน เพราะขณะที่เครื่องตรวจโลหะ
มีราคาไม่ถึง 5 หมื่นดอลล่าร์ ระบบสแกนทั่วร่างกาย
มีราคากว่า 1 ล้านดอลล่าร์ หรือ 35 ล้านบาท

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆ บอกว่า สนามบินที่สามารถต่อต้านการก่อการร้ายแบบ 100 เปอร์เซ็นต์เต็มนั้น
ไม่มีอยู่ในโลก โดยจากการทดสอบหลายๆ ครั้งพบว่า เราสามารถลักลอบนำระเบิด
หรืออาวุธเข้ามาได้แม้ในสนามบินชั้นดี แต่การพยายามหาวิธีป้องกัน ก็ยังคงดำเนินต่อไป อย่างเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน
นักวิทยาศาสตร์เยอรมันก็ได้พัฒนาวิธีตรวจระเบิดของเหลวในเวลารวดเร็ว รวมถึงการส่งเจ้าหน้าที่ติดอาวุธ
ให้เดินทางไปกับเครื่องบินโดยสาร และการออกมาตรการที่เข้มงวดเรื่องการนำของเหลวขึ้นเครื่อง
การเสริมความแข็งแกร่งของประตูห้องนักบิน การตรวจรองเท้าผู้โดยสารเพราะเกรงว่าจะซุกซ่อนระเบิดในรองเท้า
สนามบินนานาชาติลองแองเจลิส หนึ่งในสนามบินที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐ ยังคงปฏิบัติงานเป็นปกติเมื่อวานนี้
โดยไม่มีวี่แววอย่างชัดเจนของการเสริมมาตรการรักษาความปลอดภัยใดๆ หลังจากที่มีความพยายาม
ที่จะระเบิดเครื่องบินที่เมืองดีทรอยต์ เจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่ดูแลเรื่องความปลอดภัยที่สนามบิน
บอกว่าทุกอย่างที่สนามบินดำเนินการไปโดยไม่มีการเสริมมาตรการด้านความปลอดภัยเป็นพิเศษแต่อย่างใด
ไม่มีทั้งการส่งทีมต่อต้านระเบิดเข้ามาที่สนามบิน หลังจากที่ชายชาวไนจีเรียพยายามระเบิดเครื่องบินโดยสาร
สายการบินนอร์ทเวสต์ ที่บินมาจากกรุงอัมสเตอร์ดัม พร้อมด้วย 278 ชีวิตบนเครื่อง ขณะที่เครื่องบินที่บินขึ้นลง
ที่สนามบิน ก็ยังคงเป็นไปตามกำหนดการณ์เดิม ด้านผู้โดยสารเองก็ดูเหมือนจะไม่ได้ให้ความสนใจกับเหตุการณ์
ที่ดีทรอยต์มากนัก โดยบางคนบอกว่าไม่รู้เรื่อง และก็จะเป็นการดีกว่าที่ไม่รู้เรื่อง แต่ก็รู้สึกว่า
กระบวนการต่างๆ ในการขึ้นเครื่อง ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เพราะมีคนมาใช้บริการน้อย

http://www.komchadluek.net/detail/20091226/42797/%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90.html

วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม 2552

โยงอิหม่ามพันพยายามบึ้มเครื่องบินสหรัฐ

คมชัดลึก :อิหม่ามชาวอเมริกันอาจอยู่เบื้อหงลังการพยายามระเบิดเครื่องบินในสหรัฐ (26ธ.ค.)
นายปีเตอร์ โฮ๊คสตร้า ส.ส.สหรัฐจากรัฐมิชิแกน และนักการเมืองระดับอาวุโสสูงสุดของพรรครีพับลิกัน
ในคณะกรรมาธิการฝ่ายข่าวกรอง สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ เปิดเผยว่านายอับดุล ฟารุ๊ค อับดุลมูตัลลับ ชายชาวไนจีเรีย
ที่พยายามจะระเบิดเครื่องบินโดยสารระหว่างที่กำลังเดินทางมายังเมืองดีทรอยต์ ในรัฐมิชิแกน
อาจจะมีการติดต่อกับ อิหม่าน อันวาร์ อัล โอลากี ผู้นำศาสนาหัวรุนแรงในเยเมนที่เกิดในสหรัฐ

โอ ลากี ที่เชื่อกันว่าเป็นเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสฝ่ายหาสมาชิกของเครือข่ายก่อการร้ายอัลไกด้า เป็นที่รู้กันดีว่า
ได้ติดต่อทางอีเมล กับไนดาล ฮาซัน จิตแพทย์ทหารอเมริกัน ที่เมื่อเดือนที่แล้ว ก่อเหตุกราดยิงเพื่อนทหาร
ในค่ายทหารที่เท็กซัส จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย ด้วย ส.ส.สหรัฐบอกว่า มือระเบิดที่มีรายงานว่า ถูกไฟลวกอย่างรุนแรง
หลังไม่ประสบความสำเร็จในการระเบิดเครื่องบินที่เดินทางออกมาจากกรุงอัมสเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์
พร้อมด้วย 278 ชีวิตบนเครื่องเมื่อวาน อาจจะติดต่อกับอิหม่ามชาวอเมริกันรายนี้
เพราะมีรายงานว่าทั้งสองได้ติดต่อกัน และเมื่อเร็วๆนี้ มือระเบิดก็ไปที่เยเมน แต่ประเด็นปัญหาตอนนี้ก็คือ
อิหม่ามคนนี้มีอิทธิพลมากพอที่จะทำให้ใครบางคนลงมือโจมตีสหรัฐได้หรือไม่ ขณะที่บรรดาสื่อมวลชนในสหรัฐ
ที่อ้างถึงจดหมายข่าวจากฝ่ายความมั่นคงสหรัฐ บอกว่ามือระเบิดเปิดเผยกับเจ้าหน้าที่สอบสวนว่า
เขาได้รับระเบิดที่ใช้ในการก่อเหตุ รวมทั้งคำสั่งเรื่องการลงมือก่อการร้ายจากที่เยเมน ขณะที่ทำเนียบขาว
ก็ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นกรณีที่มีการรายงานข่าวว่า โอลากี อาจจะเสียชีวิตแล้ว จากการโจมตีทางอากาศ
ของฝ่ายเยเมนเมื่อช่วงเช้ามืดวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ในเขตเทือกเขาทุรกันดารของประเทศ
ที่มีการอ้างว่าทางการสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอัลไกด้าได้หลายคน


http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/world/20091227/92890/%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9A%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%B4%E0%B8%99.html

วันที่ 27 ธันวาคม 2552 11:46

สหรัฐตั้งข้อหาชายไนจีเรียพยายามบึ้มเครื่องบิน

โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์


สหรัฐตั้งข้อหาชายไนจีเรียฐานพยายามระเบิดเครื่องบินในวันคริสต์มาส
เที่ยวบินจากกรุงอัมสเตอร์ดัมมายังสหรัฐ

เจ้าหน้าที่สหรัฐ กล่าวว่า ทางการสหรัฐตั้งข้อหานายอับดุล ฟารุก อับดุลมูตัลลับ ชาวไนจีเรีย
ซึ่งอาจมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มอัลกออิดะห์ ฐานพยายามวางระเบิดเครื่องบินโดยสารสหรัฐ
ด้วยการซุกซ่อนระเบิดติดตัวมาระหว่างขึ้นเครื่องบินไปเมืองดีทรอยต์ ผู้ต้องสงสัยรายนี้
พยายามจุดระเบิดแต่พลาดและต้องรักษาตัวจากบาดแผลไฟไหม้รุนแรงที่โรงพยาบาลมิชิแกน
หลังถูกผู้โดยสารและพนักงานบนเครื่องช่วยกันจับตัวไว้ระหว่างที่เขาพยายาม ระเบิดเครื่องบินในวันคริสต์มาส
ซึ่งเป็นเที่ยวบินจากกรุงอัมสเตอร์ดัมมายังสหรัฐ ยังผลให้ผู้โดยสาร 2 คนบาดเจ็บเล็กน้อย
แต่โชคดีที่เครื่องบินลงจอดได้อย่างปลอดภัย เจ้าหน้าที่สหรัฐเปิดเผยว่า
คนร้ายได้รับการฝึกฝนจากพวกก่อการร้ายให้ซุกซ่อนอุปกรณ์ระเบิดขนาดเล็กไว้ในกางเกงชั้นใน
บริเวณใกล้กับอวัยวะเพศ ซึ่งทำให้การตรวจจับเป็นไปได้ยาก เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวสหรัฐกล่าวคาดว่า
เป็นความพยายามก่อการร้าย เนื่องจากชายไนจีเรียคนนี้มีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มอัลกออิดะห์ที่เคยก่อ
วินาศกรรมในสหรัฐเมื่อปี 2544

http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9520000158873

บึ้ม!!ภาคใต้กรุงเบรุต ตาย 2 เจ็บ 1

27 ธันวาคม 2552 11:47 น.

เกิดเหตุระเบิดทางภาคใต้ของกรุงเบรุต เมืองหลวงเลบานอน ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์
เมื่อวานนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 คน และบาดเจ็บ 1 คน ส่วนสาเหตุของการระเบิดยังไม่ทราบแน่ชัด
แต่รายงานระบุว่า เหตุระเบิดดังกล่าว มีเป้าหมายโจมตีสมาชิกกลุ่มฮามาส ชาวปาเลสไตน์ ที่เคลื่อนไหวอยู่ในเลบานอน


Yemen Says Fort Hood-Linked Imam May Be Dead

Imam Tied to Fort Hood Shooter "Killed" in Yemen Raid


By Mohamed Sudam

December 24, 2009


This SITE Intelligence Group handout photo obtained November 10, 2009 shows Anwar al-Awlaki,
a former US resident living in Yemen and accused al-Qaeda supporter,


who commented on his website on November 9, 2009, that the attack at Fort Hood perpetrated by
the alleged gunman, Major Nidal Hasan, is a ?heroic act.? As officials advance the investigation
into the Army Major who allegedly perpetrated last week?s massacre at Fort Hood,
attention is turning to Anwar Awlaki, a top al Qaeda recruiter who was in contact with
Major Nidal Hasan before last week?s shootings.

SANAA (Reuters) - A Yemeni air raid may have killed the top two leaders of al Qaeda's regional branch
on Thursday, and an American Muslim preacher linked to the man who shot dead 13 people
at a U.S. army base may also have died, a Yemeni security official said. Nasser al-Wahayshi,
the Yemeni leader of Al Qaeda in the Arabian Peninsula (AQAP), and his Saudi deputy,
Saeed al-Shehri, were believed to be among more than 30 militants killed in the dawn operation
in the eastern province of Shabwa, said the official, who asked not to be identified.
U.S.-born cleric Anwar al-Awlaki may also have died in the air strike which targeted a meeting of militants
planning attacks on Yemeni and foreign oil and economic targets, he said. If all the deaths are confirmed,
the air strike would appear to have struck a severe blow against AQAP, seen as the most dangerous regional
offshoot of Osama bin Laden's network.

"Anwar al-Awlaki is suspected to be dead," the official said of the cleric who was on the run in Yemen,
where he was on the government's most-wanted list of terrorist suspects. According to U.S. officials,
the U.S. army psychiatrist who ran amok at the Fort Hood army base in Texas on November 5 had contacts with Awlaki.

The Yemeni official said one leading figure in AQAP, Mohammed Saleh Omair, was confirmed dead
in Thursday's raid. The United States cooperates closely with Yemen in combating al Qaeda militancy.
Pentagon officials were not immediately available to comment on any U.S. involvement in the raid.
The Yemeni official mentioned only one air strike, which a government website said had taken place at 5 a.m.,
ut Al Arabiya television reported four raids.

EARLIER AIR STRIKES
Yemen said it had killed about 30 al Qaeda militants and arrested 17 in air strikes and security sweeps
a week ago in the eastern province of Abyan and in Arhab, northeast of Sanaa. It said the operations
had foiled several planned suicide bombings. Among them were plans to launch attacks against
the British embassy in Sanaa, other foreign interests and government buildings, a Yemeni government website said.
"The operation was in the final stage," the website said, adding the plans to attack the British embassy
were modeled on a failed attack on the U.S. embassy last year. A Yemeni opposition website quoted sources
in Abyan as saying that last week's raid there had killed dozens of civilians, including 18 children and 41 women and men.
Resurgent al Qaeda attacks have stirred fears that worsening instability in Yemen might enable militants
to launch renewed attacks in neighboring oil superpower Saudi Arabia. As well as fighting al Qaeda militants,
Yemen, the Arab world's poorest country, is battling a separate Shi'ite rebellion in the north and separatist unrest
in the south. The conflict in northern Yemen drew in Saudi Arabia last month when the rebels briefly occupied
some Saudi territory, prompting Riyadh to launch an offensive against them. The rebels accuse Riyadh of backing
Sanaa militarily since the war started. Al Qaeda's wing in Yemen, where Osama bin Laden's father was born,
announced in January it had changed its name to al Qaeda in the Arabian Peninsula -- in an apparent attempt to
revive the group in Saudi Arabia, where a tough counter-terrorism drive had halted the group's three-year armed
campaign in 2006. Wahayshi, the new group's Yemeni leader, threatened attacks against Westerners
in the oil-exporting region. AQAP has also called for the overthrow of the U.S.-allied Saudi royal family.
"(The) Interior Ministry has ordered its bodies and offices in all governorates to raise security alert
and tighten defense procedures at the important facilities and vital interests all over the country in
anticipation of any retaliatory operations," the government website said.

Yemen's Supreme Security Committee issued a warning to citizens in Shabwa province not to aid the militants.

(Writing by Amran Abocar; Editing by Alistair Lyon/Matthew Jones)


http://en.rian.ru/world/20091221/157311767.html

Arms-laden plane seized in Thailand 'was heading for Iran'


11:5021/12/2009

©️
REUTERS/ STRINGER/THAILAND

A cargo plane carrying weapons from North Korea that was seized in
Thailand earlier this month was heading for Iran, the Wall Street Journal said on Monday.

The Il-76 plane carrying 35 tons of weaponry was seized during refueling at Bangkok's Don Muang airport
on December 12. Officials said the weapons included missiles and rocket-propelled grenades.
Arms trafficking experts researching the incident were quoted by the paper as saying the flight plan
for the plane showed that after Bangkok it was due to make refueling stops in Sri Lanka, the United Arab
Emirates and Ukraine before unloading its cargo in Tehran. Iranian officials have not yet commented
on the allegation, the Wall Street Journal said. The paper said the plane stopped at an air force base in Azerbaijan
en route to Pyongyang, but that the nature of that stop was unclear. The newspaper said its information
came from a joint draft report by analysts at TransArms in Chicago and the International Peace Information Service (IPIS)
in Antwerp. The Kazakh and Belarusian crew of the plane who are being held in custody have said
they were unaware of the military nature of the cargo. The paper quoted them as saying they were told
the cargo was oil drilling equipment. The paper said it remains unclear who organized the weapons shipment.
UN resolutions prohibit the export of large-scale weapons from North Korea,
which is under international sanctions.
NEW YORK, December 21 (RIA Novosti)

http://breakingnews.nationchannel.com/read.php?newsid=423889

USเผยเหตุป่วนบนเครื่องบินแค่ผู้โดยสารป่วยตรวจไม่พบบึ้ม

28 ธค. 2552 07:46 น.

เครื่องบินโดยสารเที่ยวบินที่ 253 จากนครอัมสเตอร์ดัมของเนเธอร์แลนด์ไปยังนครดีทรอยซ์ของสหรัฐฯ ร้องขอความช่วยเหลือฉุกเฉินขณะลงจอดเมื่อวันอาทิตย์ หลังจากผู้โดยสารชาวไนจีเรียคนหนึ่งเข้าไปอยู่ในห้องน้ำนานกว่า 1 ชั่วโมง ซึ่งมีขึ้นเพียง 2 วันหลังจากผู้โดยสารไนจีเรียคนหนึ่งในเที่ยวบินเดียวกัน พยายามระเบิดเครื่องบินขณะลงจอดเมื่อวันศุกร์
หลังจากเขาเข้าไปประกอบรวมระเบิดในห้องน้ำ แต่เกิดความผิดพลาดทำให้ระเบิดไม่ทำงาน
สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ผลการสอบสวนในคดีหลังพบว่า ผู้โดยสารซึ่งเป็นนักธุรกิจชาวไนจีเรียไม่สบาย และใช้คำพูดก้าวร้าวเมื่อพนักงานบริการบนเครื่องบินเข้าสอบถาม
ทำให้เขาถูกสอบปากคำหลังจากเครื่องบินลงจอด แต่ผลการตรวจค้นไม่พบระเบิดและไม่ถือว่าเขาเป็นภัยคุกคามแต่ก็มีขึ้นท่ามกลางการเพิ่มความเข้มงวดด้านการรักษาความปลอดภัยของสนามบิน และสายการบินต่างๆ ทั่วโลก ทำเนียบขาวออกแถลงการณ์ว่า
ประธานาธิบดีบารัค โอบาม่า ผู้กำลังพักร้อนอยู่ที่เกาะฮาวายได้ทราบเรื่องนี้แล้ว
ซึ่งเขายืนยันความสำคัญของการเพิ่มความเข้มงวดด้านการรักษาความปลอดภัยในการ
เดินทางๆอากาศทั้งหมด

http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9520000159948

เนเธอร์แลนด์ลุ้น!! อียูอนุมัติติดเครื่องสแกนไมโครเวฟที่สนามบิน


29 ธันวาคม 2552 13:18 น.

สกีโพลกรุ๊ป บริษัทผู้บริหารท่าอากาศยานเนเธอร์แลนด์ แถลงข่าวว่า
จะบังคับใช้การตรวจด้วยเครื่องสแกนไมโครเวฟ ในระหว่างรอการอนุมัติจาก
ทางการสหภาพยุโรป หรืออียู เครื่องสแกนไมโครเวฟ จะสามารถตรวจวัตถุผิดปกติ
ที่อยู่บนร่างกายและซ่อนในเสื้อผ้า ละเอียดกว่าเครื่องสแกนทั่วไปที่ตรวจได้เพียงโลหะอย่างเดียว
แต่ไม่ถึงขั้นเห็นร่างกายผู้โดยสารทะลุปรุโปร่งราวเปลือยกายและไม่เห็นวัตถุที่กลืน
หรือซุกซ่อนไว้ภายในร่างกาย เพราะเกรงเป็นอันตรายต่อสุขภาพ สกีโพลกรุ๊ป ระบุว่า
เครื่องสแกนไมโครเวฟ ถูกทดสอบการใช้มาระยะหนึ่งแล้ว แต่ถูกจำกัดการใช้
หลังมีเสียงกังวลเรื่องละเมิดความเป็นส่วนตัว เนื่องจากเครื่องสามารถให้รายละเอียด
รูปร่างและบ่งบอกเพศของผู้ถูกตรวจได้ อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ได้ปรับแก้ไขแล้ว
และคิดว่าจะได้รับการอนุมัติจากสหภาพยุโรป คาดว่าจะสามารถนำมาใช้งานได้อย่างเต็มที่ภายใน 1 ปี

http://www.uruknet.info/index.php?p=m58907&hd=&size=1&l=e

New scanner reveals body piercings & genital outlines
UK airport tells people to get 'naked' for security


Al Arabiya



The scanner is so accurate it can detect everything from body piercings and breast enlargements to gential outlines (File)

October 14, 2009

DUBAI (Al Arabiya)

Officials at Britain's Manchester Airport defended a controversial decision to introduce
a 'naked scanner' that sees through clothing, arguing it will speed up security, press reports said
Wednesday, a move which was likely to cause a stir amongst some who may not like the
exposure.

The device, which is currently being tested at the U.K.'s fourth largest airport for the next 12 months,
captures a "quite revealing" image of passengers and is aimed at spotting if someone is
hiding explosives or weapons, Sky News reported.

The scanner is so accurate it can detect everything from body piercings and breast
enlargements to genital outlines, but passengers need not be embarrassed,
an airport official said, as the person who views the scanner is
"not sitting in the search area and they can't link the image to the individual."

"The image is viewed by a highly trained security officer who is sitting in a remote location
in the airport," Manchester Airport's customer relations official, Sarah Barrett, told the British press.

The up side of the invasive scanner is passengers will no longer be frisked in public
nor will they have to remove shoes, belts and other clothing that most international airports currently enforce.

"Most passengers do not like the 'pat down’ service," Barrett said,
adding "the scanner completely takes away the need to undress."

The scanner, which has been dubbed the 'naked scanner' by press, was tested five years ago
at London's Heathrow Airport but at the time passengers were shocked by
the clarity of the pictures and officials removed the scanner.

If this trial runs smoothly and is accepted the 'naked scanner' may be implemented across
all British airports in the future and according to Sky News airports in the U.S. have
already purchased a thousand new scanners, which will be compulsory.

"This technology offers a potential alternative but we know that some people see it
as controversial. That's why we are running a trial," Barrett said.

NWO tools: new security scan at Schiphol Airport